menu1linemenu2linemenu3linemenu4linemenu5linemenu6linemenu7linemenu8

บำรุงผิวให้ถูกต้อง ได้ผิวที่ถูกใจ

เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างไรให้เหมาะกับผิว

เมื่อกล่าวถึงความร่วงโรยและความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นกับผิว ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้นกับผิวเกิดจากปัจจัย 2 ประการอันได้แก่ ปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในปัจจัยภายนอก ได้แก่ แสงแดด มลภาวะในอากาศ การสูบบุหรี่ การใช้เครื่องสำอาง และการดูแลผิวที่ผิดวิธี ในขณะที่ปัจจัยความเสื่อมโทรมที่มาจากภายใน ได้แก่ การเสื่อมของผิวตามกาลเวลา ฮอร์โมนที่ลดน้อยลง การหยุดสร้างเซลล์ผิว และการลดลงของภูมิคุ้มกันโรค ด้วยปัจจัยทั้ง 2 ประการนี้ ผิวจะมีการร่วงโรยและทรุดโทรมลงเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามเมื่อคุณมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับปัจจัยดังกล่าวมากขึ้น ผิวพรรณของคุณก็จะร่วงโรยมากกว่าคนอื่นๆ และวิธีที่จะรักษาความงามและความอ่อนเยาว์ของผิวเอาไว้ให้ได้นานที่สุดก็คือ การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ให้มากที่สุด การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะกับสภาพผิว และมีส่วนผสมที่เป็นประโยชน์ต่อผิวก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการปรนนิบัติผิวที่ได้ผลดีเยี่ยม แต่อย่างไรก็ตาม การใช้ครีมบำรุงผิวขาว มิได้หมายความว่าจะสามารถหยุดกระบวนการเกิดริ้วรอยได้อย่างถาวร กระบวนการเกิดริ้วรอยและความเสื่อมโทรมจะยังคงดำเนินต่อไป เพียงแต่ว่าสารที่มีประโยชน์ที่อยู่ในครีมบำรุงผิวขาว มีส่วนช่วยชะลอกระบวนการดังกล่าวให้ดำเนินไปได้ช้าลงเท่านั้น

 

v มอยส์เจอไรเซอร์ (Moisturizer)

มอยส์เจอไรเซอร์หรือครีมให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวดูเหมือนว่าจะเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวขั้นพื้นฐานที่ทุกคนมีและใช้กันเป็นประจำ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า แม้ว่ามอยส์เจอไรเซอร์จะดีต่อสุขภาพผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้น เนียนนุ่มน่าสัมผัส ช่วยลดอาการระคายเคือง และอาการแพ้ และลดการเกิดริ้วรอยอันเนื่องมาจากการมีผิวแห้ง แต่มอยส์เจอไรเซอร์กลับมิใช่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทุกคนจำเป็นต้องใช้มอยส์เจอไรเซอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งและผิวผสม (ทาบริเวณแก้มทั้ง 2 ข้างที่เป็นผิวแห้ง) รวมไปจนถึงผู้ที่มีผิวธรรมดา (เฉพาะช่วงอากาศแห้ง หรือเฉพาะช่วงเวลาที่ผิวแห้งตึงเท่านั้น) แต่กลับไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวมันและ คนที่มีผิวธรรมดาทั่วไป และการใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่ผิดวิธีและไม่เหมาะกับสภาพผิวก็อาจนำมาซึ่งผลเสียที่คาดไม่ถึงได้เช่นกัน

ปัจจุบันมีการผลิตมอยส์เจอไรเซอร์ออกมาจำหน่ายมากมาย แต่ละยี่ห้อต่างก็มีการโฆษณาถึงสรรพคุณที่ดีต่อผิวพรรณและมีราคาที่แตกต่างกัน ในการเลือกซื้อมอยส์เจอไรเซอร์ คุณจำเป็นต้องยึดประเภทของผิว และชนิดของมอยส์เจอไรเซอร์ที่คุณต้องการเป็นหลัก โดยทั่วไป แล้วมอยส์เจอไรเซอร์จะแบ่งออกเป็น 5 ชนิดดังต่อไปนี้

มอยส์เจอไรเซอร์แบบน้ำนม

เป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำและน้ำมัน เนื่องจากน้ำและน้ำมันจะไม่รวมตัวกัน และจะแยกชั้นกันตลอดเวลา แม้ว่าจะพยายามเขย่าให้ผสมเข้ากันสักเพียงใดก็ตาม ซึ่งการเขย่าด้วยความแรง และเป็นเวลาที่นานพอสมควร น้ำและน้ำมันจะแตกตัวกลายเป็นเม็ด ของเหลวเล็กๆ ลอยไปมาผสมกันอยู่ แต่เมื่อปล่อยทิ้งไว้สักพัก ของเหลวทั้ง 2 ชนิดก็จะแยกตัวออกจากกันอย่างชัดเจนเหมือนเดิม เพื่อผสม ของเหลวทั้งสองให้เป็นเนื้อเดียวกัน จึงมีการเติมตัวประสานลงไป ตัวประสานจะทำหน้าที่ในการกระจายหยดน้ำและหยดน้ำมันให้รวมตัวเข้ากันเป็นเนื้อเดียว มอยส์เจอไรเซอร์แบบน้ำนมจะมีประโยชน์ในการช่วย กักเก็บความชุ่มชื้นที่ผิวเอาไว้ จึงเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีผิวแห้ง ซึ่งจะมีการผลิตน้ำมันออกมาน้อยกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือน

มอยส์เจอไรเซอร์จะมีอยู่ 2 แบบ แบบที่มีส่วนผสมของน้ำมันมากกว่าน้ำ ซึ่งจะมีความเข้มข้นสูง และแบบที่มีส่วนผสมของน้ำมากกว่าน้ำมัน ซึ่งจะมีความเบาบางมากกว่า คนที่มีผิวแห้งมากๆ จะเหมาะกับมอยส์เจอไรเซอร์แบบแรก แต่จะไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวมัน และผิวธรรมดา เพราะความเหนียวเหนอะหนะของมอยส์เจอไรเซอร์อาจทำให้ผิวที่มีน้ำมันตามธรรมชาติอยู่แล้วเกิดการอุดตันและเกิดเป็นสิวในที่สุด

  • มอยส์เจอไรเซอร์แบบปราศจากไขมันหรือน้ำมัน

เป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวธรรมดาและผิวมัน เนื่องจากผิวของคนเหล่านี้จะมีการผลิตน้ำมันและสารดูดซับความชื้นออกมาอย่างเพียงพอแล้ว แต่อาจมีบางช่วงที่ผิวเหล่านี้อาจต้องการสาร ให้ความชุ่มชื้นมากชื้น เช่น ในช่วงหน้าหนาวที่มีอากาศแห้ง หรือผิวถูกน้ำชะล้างเป็นเวลานาน จนผิวสูญเสียความชุ่มชื้นและแห้งตึง มอยส์เจอไรเซอร์แบบปราศจากไขมันจะมีส่วนผสมของสารดูดซับความชื้น(Humectants) เช่น Collagen, Colloidal Oatmeal, Hyaluronic Acid, Glycerin, Sodium PCA และ Propylene Glycol ซึ่งเป็นสารที่ช่วยดักและกักเก็บโมเลกุลของน้ำให้อยู่ใต้ผิวหนังทำให้ผิวชุ่มชื้น เนียนนุ่ม โดยไม่มีน้ำมันส่วนเกินปรากฏให้เห็น

  • มอยส์เจอไรเซอร์แบบติดทนนาน

เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งมากๆ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่แห้งมากๆ จนมอยส์เจอไรเซอร์แบบธรรมดาไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิวได้ มอยส์เจอไรเซอร์ชนิดติดทนนานจะมีความสามารถใน การกักเก็บโมเลกุลของน้ำใต้ผิวหนังได้นานเป็นพิเศษ (1-2 ชั่วโมง) ซึ่งทนนานและดีกว่ามอยส์เจอไรเซอร์ ชนิดธรรมดา และจำเป็นต้องทำซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อรักษาความชุ่มชื้นเอาไว้ นอกจากจะมีส่วนประกอบของสารกักเก็บความชื้นแล้ว มอยส์เจอไรเซอร์ชนิดติดทนนานยังมีส่วนผสมของสารสร้างความชื้น สารดูดความชื้น และสารเคลือบผิวบางประเภท เช่น Sodium PSA, Glycerin, Dimethicone, Hyaluronic Acid และ Colloidal Oatmeal และเนื่องจากมีส่วนผสมหลายอย่างที่มีประสิทธิภาพในการทำให้ผิวชุ่มชื้น มอยส์เจอไรเซอร์ชนิดติดทนนานจึงไม่เหมาะสำหรับหลายๆ คน เว้นเสียแต่ผู้ที่มีผิวแห้งอย่างรุนแรงหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดความแห้งกร้านกับผิวเป็นพิเศษ

  • มอยส์เจอไรเซอร์แบบเคลือบผิว

ทำหน้าที่ในการกักเก็บน้ำไว้ที่ผิว ด้วยการสร้างแผ่นฟิล์มบางๆ มาเคลือบผิวเอาไว้ ทำให้น้ำไม่สามารถระเหยออกจากผิว ส่วนผสมที่ทำหน้าที่ในการเคลือบผิว ได้แก่ ปิโตรลาทัม (Petroiatum) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Vaseline, Dimethicone, Cyclomethicone, Mineral Oil และ Siloxanes เนื่องจากสารเหล่านี้จะทำหน้าที่ในการเคลือบผิว จึงอาจทำให้เกิดปัญหารูขุมขนอุดตันจนเกิดปัญหาสิวและปัญหาผิวพรรณอื่นๆ ตามมาได้ มอยส์เจอไรเซอร์แบบเคลือบผิวจะเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งมากจนไม่สามารถใช้ มอยส์เจอไรเซอร์แบบน้ำนมได้ แม้ว่าคุณจะทามอยส์เจอไรเซอร์แบบน้ำนมลงไปสักกี่ครั้ง ผิวของคุณก็ยังคงแห้งกร้านอยู่เช่นเดิม ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าเพื่อที่จะได้ประโยชน์จากมอยส์เจอไรเซอร์ชนิดนี้มากที่สุด เมื่อ อาบน้ำอุ่นเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้ผ้าขนหนูซับน้ำส่วนเกินออก ทามอยส์เจอไรเซอร์ในขณะที่ผิวยังหมาดๆ อยู่ มอยส์เจอไรเซอร์จะสร้างฟิล์มบางๆ กักเก็บอนุภาคของน้ำไว้ใต้ผิวทำให้ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัสเป็นเวลานาน

  • มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของสารออกฤทธิ์

เนื่องจากปัจจุบันความต้องการในการลดริ้วรอยแห่งวัย และการมีใบหน้าที่แลดูอ่อนกว่าวัยจากผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณมีเพิ่มมากขึ้น ควบคู่ไปกับความต้องการในการรักษาความชุ่มชื้นของผิวพรรณ บริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางจึงมีการผลมสารออกฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและลบเลือนริ้วรอยแห่งวัย และช่วยยกกระชับผิวหน้าให้เต่งตึงลงไปในครีมบำรุงผิวด้วย เพื่อให้ได้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ลบเลือนริ้วรอย และป้องกันปัญหาผิวหน้าที่อาจเกิดขึ้นได้ในภายหลัง

ผู้ที่มีผิวมันหรือผิวผสม ผิวจะมีการผลิตไขมันและสารดูดซับความชื้นออกมาในปริมาณที่มากพอ ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นเพียงพออยู่ แล้วจึงควรหยุดใช้มอยส์เจอไรเซอร์แล้วหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ลบเลือนริ้วรอยเพียงอย่างเดียว เพื่อป้องกันการมีน้ำมันบนผิวมากเกินไป สำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง ให้เลือกผลิตภัณฑ์ลบเลือนริ้วรอยที่ส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ในปริมาณที่มากพอสมควร เพื่อรักษาผิวพรรณให้ชุ่มชื้นเปล่งปลั่งอยู่เสมอ สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งมากๆ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ลบเลือนริ้วรอย ควบคู่ไปกับมอยส์เจอไรเซอร์ โดยให้ทาครีมลบเลือนริ้วรอยลงไปก่อน รอให้ครีมซึมซาบเข้าสู่ผิวจนหมด (ประมาณ 2-3 นาที) แล้วจึงค่อยทา มอยส์เจอไรเซอร์ตบท้ายเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวเอาไว้ วิธีนี้จะทำให้ผู้ที่มีผิวแห้งมากๆ ได้รับประโยชน์จากสารออกฤทธิ์ที่อยู่ในครีมลบเลือนริ้วรอยอย่างเต็มที่ในขณะที่ผิวพรรณยังซุ่มชื้นเปล่งปลั่งอยู่เสมอ

promotion
กันแดด สำหรับบ้าน

ที่กั้น อเนกประสงค์พร้อมใช้งาน

มุ้งจีบ สำเร็จรูป ราคาเริ่มต้น 900 บาท เท่านั้น

review
bannerright-2
webboard
สินค้าเพื่อ งานพิมพ์ เพิ่มมูลค่า สินค้า คุณ พิมพ์แฟ้มกระดาษ -- พิมพ์โบร์ชัว ราคาถูก